มาส่องเหรียญใหม่ๆ ที่น่าสนใจ สำหรับ ลงทุนคริปโต กัน!

มาส่องเหรียญใหม่ๆ ที่น่าสนใจ สำหรับ ลงทุนคริปโต กัน! นอกจากบิทคอนย์เหรียญที่ราคาสูงลิ่ว และเป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้แล้ว หลายๆ คนคงรู้ว่ามีเหรียญคริปโตอื่นๆ เกิดขึ้นมาเต็มไปหมด จนศึกษาแทบไม่ทันว่า มีเหรียญไหนบ้าง ใช้ทำอะไร และมีข้อดีอย่างไร บทความนี้จึงจะพาไปส่องเหรียญคริปโตอื่นๆ ที่น่าสนใจเพื่อให้ได้ศึกษากัน ไปเก็บข้อมูลไว้ลงทุนกันได้เลย

1. ลงทุนคริปโต ไปกับเหรียญ Zipmex Token หรือ ZMT
ZMT เป็นเหรียญที่สร้างบน ERC-20 ทั้งหมดจำนวน 200 ล้านเหรียญ เติบโตเร็วกว่า 2000 % นับตั้งแต่เปิดตัว โดย ZMT จะใช้ในระบบนิเวศของแพลตฟอร์ม Centralize Exchange ของไทยอย่าง Zipmex ซึ่งมีจุดเด่นคือ จะมีการลดค่าธรรมเนียมต่างๆ และมีลดส่วนในการซื้อโทเคนที่มีอยู่ใน Zipmex พร้อมกับการรับสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราโบนัสของโปรแกรม ZipUp ที่แม้จะถือเหรียญไว้เฉยๆ ก็จะได้เหรียญเพิ่ม และยังมีโบนัสสำหรับการใช้บริการอื่นๆ อีกนะ นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษและส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำที่เป็นพาทเนอร์กับ Zipmex ด้วย

2. Ethereum พี่ใหญ่อันดับสองรองจาก Bitcion
Ethereum ถูกสร้างโดยหนึ่งในนักพัฒนาบิทคอยน์ชาวรัสเซีย ชื่อว่า Vitalik Buterin โดยไม่ได้มีเป้าหมายเรื่องการทำธุรกรรมการเงินอย่างบิทคอยน์ แต่เป็นแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ที่มาพร้อมกับระบบ Smart Contract หรือกระบวนการทางดิจิทัล ที่กำหนดขั้นตอนการทำธุรกรรมโดยอัตโนมัติไว้ล่วงหน้า และ Decentralized Applications (DApps)

หรือแอปพลิเคชันที่ไม่มีตัวกลางใดๆ สร้างอยู่บนระบบเครือข่ายบล็อกเชน ซึ่งเป็นแบบ Peer-to-peer จึงทำให้ไม่สามารถถูกควบคุมโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่มีการฉ้อโกง แทรกแซง และความไม่เสถียรเกิดขึ้น การใช้งาน Ethereum นั้นจะเกิดขึ้นผ่านโทเคนเข้ารหัสที่ใช้สำหรับแพลตฟอร์มนี้เท่านั้น เรียกว่า Ether

3. Ripple โอนเงินไปต่างประเทศอย่างรวดเร็ว
Ripple หรือ XRP เป็นเหรียญที่สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากของการโอนเงินไปต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติแล้ว หากเราต้องการโอนเงินจากธนาคารไทยไปประเทศอื่นๆ เราต้องผ่านเอเย่นต์ที่เป็นตัวกลางทั้งเอเย่นต์ในไทยและต่างประเทศ ทำให้การทำงานนั้นซับซ้อน ใช้เวลามาก และหลายต่อ Ripple เลยสร้าง Ripple Protocal ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่เป็นระบบที่ตัดตัวกลางออก ทำให้สองธนาคารสามารถทำงานด้วยกันได้โดยตรง ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็วในการทำธุรกรรมมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

4. Litecoin ทำธุรกรรมเร็วกว่า Bitcoin 4 เท่า
Litecoin หรือ LTC คือเหรียญสกุลเงินดิจิทัลในกลุ่มแรกๆ ที่เกิดขึ้นเลย ถือเป็นคริปโตน่าลงทุนมากๆ โดยพัฒนามาจากระบบบล็อกเชนของบิทคอยน์ จุดเด่นของ Litecoin คือ การทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วกว่าบิทคอยน์ถึง 4 เท่า ทำเอาใครๆ ก็ต่างพูดกันว่า Litecoin เปรียบเสมือนแร่เงินในโลกอนาคต ขณะที่บิทคอยน์เปรียบได้กับทองคำนั่นเอง

5. Bitcoin Cash ลูกแท้ๆ ของ Bitcoin
Bitcoin Cash หรือ BCH เนื่องจากบิทคอยน์เติบโตอย่างมาก ทำให้ระยะเวลาการทำธุรกรรมในระบบบล็อกเชนและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากเดิม Bitcion Cash ที่พัฒนามาบล็อกเชนของบิทคอยน์ด้วยวิธีการ Hard fork หรือการแบ่งเครียข่าย จึงเป็นเหมือนลูกแท้ๆ ของบิทคอยน์ ที่มาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการเพิ่มขนาดของบล็อคเชนให้เป็น 8 MB ในขณะที่บิทคอยน์มีแค่ 1 MB เท่านั้น BCH จึงสามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เรียกได้ว่ามากกว่าบิทคอยน์หลายเท่า

6. USDT ที่ทำให้การลงทุนคริปโตไม่ได้เสี่ยงสูงเสมอไป
USDT หรือ United States Dollar Tether คริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้มีความผันผวนสูงเสมอไป เพราะเหรียญ USDT หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นเหรียญที่มีความเสถียรที่สุดในโลกเลย เหรียญนี้เกิดมาเพื่อเป็นเหรียญแลกเปลี่ยนกับเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1:1 นั้นก็คือ หากเรามี USDT 10 เหรียญ ก็สามารถแลกเงินได้ 10 ดอลลาร์สหรัฐนั่นเอง

ซึ่งโดยปกติแล้ว การแลกเปลี่ยนเงินตราในต่างประเทศนั้นมีความยุ่งยากและหลายขั้นตอน จำเป็นต้องมีใบอนุญาตแต่เหรียญนี้ จะทำให้การแลกเปลี่ยนเงินตราในต่างประเทศเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นเหรียญที่กำไรน้อยและความเสี่ยงต่ำเพราะราคาของเหรียญผูกอยู่กับเหรียญดอลลาร์สหรัฐเมื่อเหรียญดิจิทัลต่างๆ ราคาลงก็จะไม่มีผลอะไรกับเหรียญนี้

7. อีกหนึ่งทางเลือก ลงทุนคริปโต ความเสี่ยงต่ำด้วย USDC
USD Coin หรือ USDC โดย 1 เหรียญก็จะมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐเช่นเดียวกันกับ USDT แต่ต่างกันตรงที่ USDC สร้างบนแพลตฟอร์มของ Ethereum ดังนั้นเทคโนโลยีที่ใช้ก็จะแตกต่างจาก USDT ที่สร้างมาจากบิทคอยน์นั่นเอง

8. ทองคำดิจิทัล GOLD หรือ xBullion
GOLD ดูจากชื่อก็สามารถเดาได้ง่ายๆ เลยว่า เหรียญนี้จะต้องมีอะไรเกี่ยวกับทองคำอย่างแน่นอน เรารู้กันดีว่า การพกทองคำไปไหนมาไหนในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจโจรเอาเสียมากๆ หากจะเก็บไว้ในบ้านก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี เหรียญนี้จึงเป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยให้เราลงทุนกับทองได้ และมีที่เก็บอย่างปลอดภัยหายห่วง โดยหากลงทุนคริปโตสกุลนี้ จะมีค่า 1 เหรียญเท่ากับทองคำ 1 กรัมนั่นเอง

9. C8P เหรียญคริปโตสัญชาติไทยคุ้มค่าการลงทุน
C8P หรือ C8 Plus เป็นเหรียญสัญชาติไทยจากผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน StockRadars คุณธีระชาติ ก่อตระกูล ซึ่งจุดเด่นก็คือ เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่าง Centralize Exchange และ Decentralize Exchange เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยลดความยุ่งยาก และต้นทุนที่เกิดจากการฟาร์มบน DeFi โดยเราแค่ซื้อเหรียญนี้แล้วถือไว้ จากนั้นระบบก็จะฟาร์มให้เราเอง และเอาส่วนแบ่งมาเพิ่มกับเรา สำหรับคนอยากฟาร์มแต่ไม่อยากยุ่งยาก ก็ลงทุนคริปโต C8P ได้เลย

10. ทำสัญญาซื้อขายอย่างปลอดภัยด้วย LINK
ChainLink Token หรือ LINK เป็นเหรียญของ ChainLink ที่เป็นบริการฐานข้อมูล Oracle แบบกระจายศูนย์ที่แรก ซึ่งเชื่อมระหว่างข้อมูลธุรกิจกับบล็อกเชน ผู้ใช้สามารถนำข้อมูลจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของ Oracle นำไปสร้างระบบ Smart Contract ที่ใช้เป็นสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงทางธุรกิจโดยจะทำงานอัติโนมัติ และปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะไม่สามารถปลอมแปลงเอกสารหรือสัญญาได้

11. OMG เหรียญดั่งเดิมของคนไทย
OmiseGo หรือ OMG เป็นเหรียญแรกๆ ที่มีผู้ก่อตั้งเป็นคนไทย และเกิดการระดมทุนด้วยการ ICO ในปี 2560 โดยเวลาแค่ 3 ปี OMG ก็ขึ้นมาเป็นเหรียญอันดับที่ 59 ของโลกได้แล้ว OmiseGo มีเป้าหมายคือ ทำให้เงินธรรมดา เงินดิจิทัล และสิ่งต่างๆ ที่มีค่า สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ง่ายขึ้นโดยปราศจากตัวกลาง และยังเป็น Payment service ให้บริการทั้งเงินดิจิตอลและเงินปกติ โดยระบบของ OmiseGo จะทำให้คนสามารถจัดการกับสินทรัพย์ที่เป็นเงินดิจิตอลและเงินจริงได้พร้อมๆ กัน

12. SXP แพลตฟอร์มที่ทำธุรกรรมได้แบบเรียลไทม์
Swipe หรือ SXP คือแพลตฟอร์มบัตรเดบิตที่เป็นตัวกลางในการแลกเงินสกุลต่างๆ บนโลกกับเหรียญดิจิทัลแบบเรียลไทม์ซึ่งใช้เวลาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นในการอนุมัติ Swipe มีเหรียญ SXP ซึ่งเป็นเหรียญทาง Swipe เอง และยังมี SXP Defi application เป็นระบบการเงินที่ไม่มีตัวกลาง สามารถเทรด ซื้อและขายสินค้าหรือบริการได้โดยใช้คริปโตเคอร์เรนซี โดย Swipe รองรับเงินสกุลต่างๆ กว่า 30 สกุลเงิน

13. MKR คริปโตใน dapps ที่ใหญ่ที่สุดบน Ethereum
MKR คือ Governance Token อยู่บนระบบ Maker Protocol ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการกู้ยืม หรือ Lending Platform ที่สร้างขึ้นบน Ethereum และเป็นหนึ่งใน dapps ที่ใหญ่ที่สุดบน Ethereum blockchain นอกจากนี้ยังเป็นผู้สร้าง MKR กับ DAI นั่นเอง ซึ่ง MKR สร้างขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาของเงิน DAI และผู้ที่ถือเหรียญ MKR นั้นจะมีสิทธิในการเสนอทางแก้ไขหากพบเจอช่องโหว่ของ Maker Eco-system ซึ่งตอนนี้ MKR นั้น มีมูลค่าถึง 1.1 ล้านล้านบาทเลย

14. Enjin คริปโตสำหรับสายเกม
ENJ หรือ Enjin แพลตฟอร์มเกมทางโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่งของโลก โดยผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน และจากสังคมเกมกว่า 250,000 แห่งของสิงคโปร์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 15 เกมที่สร้างโดยใช้เทคโนโลยีของ Enjin และใช้เหรียญ ENJ เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ภายในเกม และเมื่อ ENJ ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ Samsung ราคาก็พุ่งขึ้นไปถึง 70 % โดย Samsung S10 จะมี Cryptocurrency wallet ที่พัฒนาโดยทาง Enjin ซึ่งตอนนี้ Exchange ของไทยที่มีให้เทรด ENJ มีเพียงที่เดียวก็คือ Zipmex นั่นเอง

15. ลงทุนคริปโต กับ Yearn Finance เหรียญที่เคยราคาสูงกว่า Bitcioin

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจหากอยากลงทุนคริปโต คือ Yearn Finance หรือ YFI เป็นเหรียญประจำแพลตฟอร์ม Yearn Finance ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม DeFi ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ YFI พัฒนามาจากเครือข่าย Ethereum มีจำกัดเพียง 30,000 เหรียญเท่านั้น และยังไม่สามารถขุดเพิ่มได้อีก

สิ่งที่ทำให้ Yearn Finance เป็นที่นิยมนั้นก็คือ ก่อนหน้านี้ตอนที่ Yield Farming กำลังเป็นกระแส ผู้ใช้จำต้องทำทดสอบว่าโปรเจคไหนสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด โดยการ Stack ที่ละโปรโตคอล แต่ Yearn Finance ได้ทำให้ส่วนนี้ง่ายขึ้น โดยรวมโปรโตคอลของบล็อกเชนต่างๆ ไว้ด้วยกัน หรือพูดง่ายๆ ว่า แค่เรา Stack โทเคนกับ Yearn Finance เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นก็สามารถได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดได้เลย

Posted in new

About The Author